การเสริมแรงเชิงบวกเป็นกลไกทางพฤติกรรมที่ทำงานเป็นขั้นตอนชัดเจน เมื่อเราชื่นชมการกระทำที่ระบุได้ชัด ระบบประสาทของคนที่ได้รับคำชมจะตอบสนองในทางบวก และโอกาสที่คนคนนั้นจะทำแบบเดิมซ้ำก็สูงขึ้น ถ้าใช้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง วิธีนี้จะหล่อหลอมพฤติกรรมของทีมได้ยั่งยืนกว่าการขับเคลื่อนด้วยแรงกดดัน เพราะมัน
#การเพิ่มประสิทธิภาพ
การกันเวลาให้งานอดิเรกอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางตารางงานที่แน่น เป็นเรื่องของการปฏิบัติ ไม่ได้เป็นคำถามเชิงปรัชญา ปัญหาแทบไม่เคยอยู่ที่ว่าเราอยากมีสมดุลหรือไม่ คนส่วนใหญ่อยากมีอยู่แล้ว สิ่งที่ขาดคือระบบที่ใช้งานได้จริง ซึ่งช่วยสร้างสมดุลนั้นขึ้นมาและรักษามันไว้ บทความนี้จะพูดถึงการบริหารเวลา การจัดลำดั
ที่ออฟฟิศมีโครงสร้างหลายอย่างให้เราอยู่แล้วโดยไม่ต้องคิด เช่น เวลาเข้างานที่ชัดเจน การเดินทางไปทำงานที่ช่วยให้สมองสลับจากเรื่องบ้านมาเป็นเรื่องงาน เพื่อนร่วมงานที่มองเห็นว่าเราทำอะไรอยู่ ซึ่งทำให้รู้สึกต้องรับผิดชอบต่อกัน และจังหวะของสถานที่ทำงานที่ทุกคนใช้ร่วมกัน พอเปลี่ยนมาทำงานทางไกล สิ่งเหล่านี
ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพกับผลงานเป็นความสัมพันธ์โดยตรงและวัดผลได้ นอนไม่พอ การตัดสินใจก็แย่ลง เครียดเรื้อรัง ความสามารถในการคิดก็ลดลง ใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ ขยับตัวน้อย สมาธิก็หลุดง่าย ส่วนการกินที่ไม่ดีทำให้พลังงานขึ้นลงจนจดจ่อกับงานนานๆ ไม่ได้ ประสิทธิภาพในการทำงานจึงแยกไม่ออกจากสภาพร่างกายและจิต
การทำงานทางไกลเริ่มต้นจากการรับมือกับโรคระบาด แต่ในเศรษฐกิจวันนี้ หลายบริษัทเลือกใช้เป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ บริษัทที่วางระบบอย่างจริงจังได้ทีมที่ทำงานได้ผลผลิตสูง และพนักงานก็ยังคงมีแรงจูงใจที่เข้มแข็ง ประเด็นสำคัญ องค์กรที่วางระบบบริหารการทำงานทางไกลไว้อย่างเหมาะสมจะมีโอกาสรักษาบุคลากรหลักไว้ไ
การติดตามเป้าหมายเริ่มจากการเขียนเป้าหมายให้วัดได้และมีกำหนดเวลา ทบทวนความคืบหน้าเป็นรอบทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน บอกความคืบหน้าให้คนอื่นรับรู้ และใช้เครื่องมือที่บันทึกผลให้เองโดยไม่ต้องกรอกด้วยมือ งานนี้จึงเป็นเรื่องของข้อมูลมากกว่าเรื่องของแรงจูงใจ ดร. Gail Matthews แห่ง Dominican Univer
คอขวดในเวิร์กโฟลว์ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม มันเกิดซ้ำตามรูปแบบที่พอคาดเดาได้ รายงานโดย Formstack และ Mantis Research พบว่าองค์กรอาจสูญเสียมากถึง $1.3 ล้านต่อปีจากกระบวนการที่ไร้ประสิทธิภาพ และพนักงานมากกว่าครึ่งใช้เวลาอย่างน้อยวันละสองชั่วโมงไปกับงานที่ทำซ้ำ ๆ ดังนั้นการหาและแก้คอขวดจึงเป็นงานหลักด้าน
การพึ่งพากันของงานเป็นตัวกำหนดลำดับการทำงานในโครงการ ว่างานไหนต้องเสร็จก่อนงานอื่นจึงจะเริ่มได้ งานไหนทำไปพร้อมกันแบบคู่ขนานได้ และงานไหนติดค้างอยู่กับเงื่อนไขภายนอกที่ทีมควบคุมเองโดยตรงไม่ได้ ถ้าทำแผนผังการพึ่งพากันไว้และคอยติดตาม โครงการก็จะมีโครงร่างที่ชัดเจน ความล่าช้าจะโผล่ให้เห็นก่อนที่จะสะสม
ระบบสร้างแรงจูงใจในที่ทำงาน ส่วนใหญ่ล้มเหลว สาเหตุมักอยู่ที่อื่น พนักงานเองก็พยายามอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่วงจรการตอบสนอง ระหว่างการลงมือทำกับการได้รับการยอมรับ ช่วงเวลานั้นยาวเกินไป และการยอมรับที่ได้ก็เป็นนามธรรมเกินไป Gamification แก้เรื่องนี้ที่โครงสร้าง มันย่นระยะห่างระหว่างพฤติกรรมกับรางวัล ทำให
ปัญหาของทีมส่วนใหญ่อยู่ที่งานซึ่งมองไม่เห็นสถานะ มากกว่าปริมาณงานที่ล้นมือ งานกระจายอยู่ในกล่องอีเมล ในแชท และในหัวของแต่ละคน ไม่มีใครเห็นภาพเดียวกัน ว่างานไหนกำลังทำ งานไหนติดอยู่ งานไหนจะมาต่อ Kanban แก้เรื่องนี้ด้วยการทำให้งานมองเห็นได้ ทุกงานมีที่ของมันบนบอร์ด และตำแหน่งนั้นก็บอกทั้งทีม ว่างานอ
หลายคนมองโรดแมปผลิตภัณฑ์เป็นแค่เอกสารสำหรับการวางแผน แต่ที่จริงแล้วมันคือเครื่องมือประสานงาน หน้าที่หลักของมันคือทำให้ทีมต่าง ๆ ที่ทำงานแยกกันอย่างอิสระยึดลำดับความสำคัญชุดเดียวกัน การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในฝ่ายหนึ่งขององค์กรจะได้ไม่กลายเป็นอุปสรรคของอีกฝ่าย โรดแมปที่เหลือเป็นแค่เส้นเวลาจะเสียหน้าที่
ผู้จัดการโครงการฟรีแลนซ์จำนวนมากไปไม่รอด ทั้งที่ทักษะทางเทคนิคไม่ได้ขาด ปัญหาอยู่ที่พวกเขามองงานฟรีแลนซ์เหมือนงานประจำที่แค่ไม่มีนายจ้าง ความจริงคือการหาลูกค้า การทำสัญญา กระแสเงินสด และการคุมขอบเขตงาน ล้วนตกอยู่กับคนคนเดียว ถ้าไม่มีระบบรองรับแต่ละเรื่อง ตัวงานเองจะเป็นสิ่งแรกที่เสียหาย การเปลี่ยนม